บัว...ราชินีแห่งไม้น้ำ














บัว นับเป็นดอกไม้ที่คนไทยเราคุ้นเคยเป็นอย่างมาก

เพราะใช้ในการบูชาพระอยู่เป็นประจำ

แม้แต่การแสดงความเคารพด้วยการประนมมือของเรา

ก็จะเห็นว่าคล้ายรูปดอกบัว




....ในส่วนของพระพุทธศาสนา

ถือว่าดอกบัวเป็นดอกไม้ประจำศาสนาพุทธ...

ซึ่งตามพุทธประวัติพบว่า

บัวมีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ เมื่อพระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ จนกระทั่งปรินิพาน

และมีตำนานกล่าวว่า หมอชีวกโกมารภัจจ์ ได้ปรุงยาจากดอกบัว

ถวายแด่ พระพุทธเจ้าเพื่อ แก้อาการอ่อนเพลีย









บัวได้รับฉายาว่าเป็น ร า ชิ นี แ ห่ ง ไ ม้ น้ำ





ด อ ก บั ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาการดำเนินชีวิต
ว่า แม้จะเกิดอยู่ในโคลนตม แต่เมื่อโผล่พ้นน้ำขึ้นมารับแสงแล้ว
กลีบดอกกลับสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งใดแปดเปื้อน


เสมือนกับคนที่เกิดมาแล้ว หากเข้าถึงหลักธรรม..


ก็สามารถเป็นผู้หลุดพ้นจากกิเลส และความทุกข์ทั้งปวงได้







คนไทยส่วนใหญ่มักจะใช้ดอกบัวในการบูชาพระ

แต่บัวที่เรานิยมปลูกไว้ภายในบ้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล

ได้แก่ บัวหลวง บัวผัน บัวฝรั่ง บัวสาย บัวกระด้ง และบัวจงกลนี



โดยมีความเชื่อว่า ครอบครัวใดที่ปลูกบัวเอาไว้ประจำบ้าน

ก็จะช่วยให้คนครอบครัวนั้น มีจิตใจที่บริสุทธิ์ สะอาด และเบิกบานแจ่มใส

เช่นเดียวกับดอกบัว




และยังเชื่ออีกว่า สายใยของบัวที่ยืดยาวนั้น คือสายสัมพันธ์ของครอบครัว

ที่ทุกคนต่างมีความห่วงใยรักใคร่ และผูกพันต่อกันอย่างแนบแน่น

มีแต่ความสุข ความรักใคร่ปรองดองของคนทุกคนในครอบครัว







ลักษณะทั่วไปของบัว


บัวเป็นพรรณไม้น้ำประเภทพืชล้มลุก มีลำต้นและหัวอยู่ในดิน ใต้น้ำ

การเจริญชูก้านใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ


ใบมีลักษณะกลมกว้างใหญ่ ผิวใบเรียบ มีสีเขียวหรือน้ำตาลอ่อน

ดอกเป็นกลีบซ้อนกันหลายขั้น ลักษณะดอกคล้ายรูปกรวย เวลาบานคล้ายกับร่ม


ดอกมีสีขาว ชมพู เหลือง

ผลคือส่วนที่อยู่ตรงกลางดอก ซึ่งมีเมล็ดประกอบอยู่ภายในจำนวนมาก

ลักษณะ ขนาดสีสัน ของใบและดอกขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์




ชนิดของบัวที่นิยมปลูกเป็นไม้มงล
1. บัวหลวง
หรือดอกบัวที่ใช้จัดแจกันบูชาพระ มีดอกและใบชูขึ้นเหนือน้ำ
ใบสีเขียวนวลค่อนข้างกลม ขอบใบเรียบ ผิวด้านบนมีขนอ่อนๆ และนวล


พันธุ์กำเนิดบัวหลวงในประเทศไทย มี 4 พันธุ์คือ


1.1 ปทุม ผู้ปลูกเรียก "บัวแหลมแดง" ดอกแหลมสีชมพู กลีบดอกไม่ซ้อน







1.2 ปุณฑริก ชื่อสามัญเรียก "บัวแหลมขาว" ดอกแหลมสีขาว กลีบดอกไม่ซ้อน





1.3 สัตตบงกช ผู้ปลูกเรียก "บัวฉัตรแดง" หรือ "บัวป้อมแดง" ดอกป้อมสีชมพู กลีบดอกซ้อนมาก






1.4 สัตตบุษย์ ชื่อสามัญเรียก "บัวฉัตรขาว" หรือ "บัวป้อมขาว" ดอกป้อมสีขาว กลีบดอกซ้อนมาก









2. บัวฝรั่ง




มีถิ่นกำเนิดในเขตอบอุ่นและเขตหนาว จึงเรียกบัวฝรั่ง มีหลายชนิดและพันธุ์
ลักษณะเฉพาะคือ ใบกลม ขอบใบเรียบ ดอกลอยหรือ ชูพ้นน้ำเล็กน้อย

ให้ดอก 5 สี คือ ขาว ชมพู แดง เหลืองและแสด









3. บัวผัน บัวเผื่อน

ใบลอยอยู่บนผิวน้ำ ขอบใบจักถี่ ห่าง ไม่มีระเบียบ ดอกชูพ้นน้ำ บานกลางวัน


พันธุ์พื้นเมืองมี 4 พันธุ์ คือ


3.1 บัวนิล ดอกสีม่วงเข้ม


3.2 บัวขาบ ดอกสีฟ้าคราม


3.3 บัวผัน ดอกสีชมพู


3.4 บัวเผื่อน ดอกเล็กสีขาว ปลายกลีบดอกสีครามอ่อน แล้วเผื่อนเป็นสีขาวหรือปลายกลีบเป็นสีชมพูเมื่อ ใกล้โรย


3.5 บัวยักษ์ออสเตรเลีย ตามลักษณะจัดว่าอยู่ในตระกูลบัวผัน ในประเทศไทยพบว่ามี 3 สีที่มีการปลูกคือ ขาว ม่วงอมฟ้าคราม และม่วง


3.6 บัวนางกวัก เป็นบัวในตระกูลบัวผัน แต่มีลักษณะของกลีบเลี้ยงที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด มีสีต่างๆคือ ขาว แดง ฟ้า ชมพู ม่วง เหลือง










4. บัวสาย

ใบลอยอยู่บนผิวน้ำ ขอบใบจักถี่ แหลม เป็นระเบียบ ดอกชูพ้นน้ำ บานกลางคืน


พันธุ์พื้นเมืองไทยมี 3 พันธุ์ คือ


4.1 สัตตบรรณ หรือ สัตอุบล ดอกสีแดง







4.2 เศวตอุบล หรือ กุมุท ดอกสีขาว






4.3 บัวสาย เป็นชื่อบัวกินสายดอกสีชมพูที่ชาวบ้านเก็บมาขายเป็นผัก












5. บัวกระด้ง




มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้แถบลุ่มน้ำอะเมซอน ต้น-ใบ-ดอก ใหญ่มาก

ใบใหญ่ยกขอบคล้ายกระด้ง มีหนามทั่วทั้งต้น มีพันธุ์เดียวที่ปลูกในประเทศไทย

ดอกบานกลางคืน คืนแรกเป็นสีขาว คืนที่ 2 เป็นสีชมพู คืนที่ 3 ดอกโรยเป็นสีม่วง










6.จงกลนี


ใบลอยอยู่บนผิวน้ำ ขอบใบจักถี่ ห่าง ไม่มีระเบียบ

ดอกชูพ้นน้ำ บานกลางวัน กลีบดอกเล็กเรียว ซ้อนมาก ดอกลอยบานตลอดเวลา

มีพันธุ์เดียว ดอกมีสีชมพูแล้วเปลี่ยนเป็นสีขาวและมีสีเขียวสลับเมื่อใกล้โรย


-----------------------------------------------------------------------------------


ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaiwaterlily.com/topf7.asp

1 comments:

กว่าจะอัพได้

ปวดหัว T^T

ถ้าข้อมูล รูปไม่ครบ ขอโทษด้วยนะ

 

Post a Comment